ขุนช่างเคี่ยน เชียงใหม่

จัดว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของคนไทยที่ชื่นชอบความสวยงามและอยากสัมผัสอากาศที่บริสุทธิ์และชมความงามของดอกไม้เมืองหนาว ขุนช่างเคี่ยน เป็นสถานีเกษตรหลวงตั้งอยู่ที่ ดอยสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งจัดว่ามีความสวยงามมากโดยเฉพาะดอกพญาเสือโคร่งที่ออกดอกบานสะพรั่งเต็มพื้นที่ของสถานีเกษตรหลวงให้สีชมพูสวยงามเต็มภูเขาเพื่อต้อนรับการมาเยือนของนักท่องเที่ยว ขุนช่างเคี่ยน นั้นเป็นเส้นทางเดียวกับดอยสุเทพโดยการเดินทางขึ้นบนภูเขาประมาณ 4 กิโลเมตร และอยู่บนความสูง 1,200 – 1,300 เมตร ทั้งนี้ขุนช่างเคี่ยนนั้นไม่ได้เป็นที่รู้จักนักด้านการท่องเที่ยว ซึ่งทางสถานีเกษตรนั้นเป็นการจัดทำเพื่อใช้วิจัยเกี่ยวกับพืชเมืองหนาวทางคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งไม่ได้จัดทำเพื่อการท่องเที่ยวทั้งนี้ขุนช่างเคี่ยนเป็นที่รู้จักการความสวยงามของดอกพญาเสือโคร่งที่มีสีชมพูสวยงามเต็มพื้นที่ของภูเขา กลายเป็นสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาในสถานที่นี้ซึ่งการเดินทางเข้ามาในพื้นที่ค่อนข้างอันตรายเนื่องจากไม่ได้เป็นเส้นทางการท่องเที่ยวซึ่งทางยังมีลักษณะเป็นดินและค่อนข้างแคบซึ่งจัดว่าอันตรายต่อผู้ที่ไม่ชำนาญทาง รวมถึงสถานีเกษตรนั้นใช้เพื่อการวิจัยเท่านั้น ไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวดังนั้นภายในสถานีเกษตรจึงไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากเหมือนกับแหล่งท่องเที่ยวทั่วไปของเชียงใหม่ นอกจากสิ่งที่มีในขุนช่างเคี่ยนอย่างดอกพญาเสือโคร่งแล้ว ภายในยังมีการปลูกกาแฟอาราบิก้าและวิจัยการปลูกดอกไม้เมืองหนาวและดอกไม้ที่นำมาผสมเกษรเพื่อให้เข้ากับสภาพอากาศของไทย สิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวสนใจในการมาเที่ยวชมสถานีเกษตรหลวงขุนช่างเคี่ยนชมความงามของดอกพญาเสือโคร่งในช่วงฤดูหนาวแล้ว สิ่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวต่างชื่นชอบคงหนีไม่พ้นบรรยากาศที่บริสุทธิ์ อากาศสดชื่นแบบแท้จริง ซึ่งที่ขุนช่างเคี่ยนนั้นยังคงธรรมชาติที่แทบไม่มีความเปลี่ยนแปลงเลย ซึ่งแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอื่นๆที่จัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย โดยอยู่ในเส้นทางเดียวกับพระธาตุดอยสุเทพ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ และบ้านม้งดอยปุย นอกจากชมความงามของดอกพญาเสือโคร่งและชมดอกไม้เมืองหนาวต่างๆแล้ว ถัดจากสถานีเกษตรหลวงเพียง 100 เมตรจะเป็นหมู่บ้านเผ่าม้งซึ่งนักท่องเที่ยวยังสามารถเดินทางเข้าไปเที่ยวชมวิถีชีวิตของชาวเผ่าม้งแบบชีวิตจริงๆ ซึ่งหากหาร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ หรือร้านกาแฟชิคๆ คงไม่มีในขุนช่างเคี่ยน จะมีเพียงร้านค้าเล็กของชาวม้งที่มีสินค้าทำขึ้นเองและเป็นสินค้าที่หาไม่ได้จากที่ไหนในเชียงใหม่ รวมถึงมีการจำหน่ายผักพื้นบ้านปลอดสารให้เราได้ซื้อเป็นที่ระลึกกลับไปด้วย ซึ่งขุนช่างเคี่ยนนั้นก็จัดว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจ

ยอดเขาโมโกจู

ยอดเขาโมโกจู เป็นยอดเขาตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จังหวัดกำแพงเพชร โดยอุทยานแห่งชาติครอบคลุมพื้นที่สองจังหวัดคือ กำแพงเพชรและนครสวรรค์ ยอดเขาโมโกจู มีความสูง 1,964 เมตร เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของผืนป่าตะวันตกอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 27 กิโลเมตร ยอดเขาโมโกจู จัดว่าเป็นเส้นทางการผจญภัยของนักปืนเขาหรือเดินป่า จัดว่าเป็นเส้นทางที่แสนท้าทายของนักท่องเที่ยวที่รักการผจญภัยโดยยอดเขานั้นไม่สามารถนำรถยนต์เข้าไปได้ซึ่งหากไปต้องเดินเท้าเข้าไปราว 2 วัน สำหรับคนที่ชื่นชอบการผจญภัยนั้นไม่ควรพลาดเดินทางเข้าไป ยอดเขาโมโกจู มีจุดเด่นอย่างหนึ่งของยอดเขานี้คือ มีก้อนหินใหญ่ที่ตั้งริมขอบของยอดเขาอย่างโดดเด่นมาก แถมยังมีธรรมชาติที่แสนงดงามซึ่งไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆเลย ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของนักผจญภัยและนักท่องเที่ยวธรรมชาติอย่างแท้จริงยอดเขาโมโกจู มีบรรยากาศและเย็นตลอดปีรวมถึงยอดเขาปกคลุมด้วยทะเลหมอกยามเช้าที่สวยงาม ในช่วงที่นิยมมากที่สุดคือช่วงฤดูหนาวซึ่งจะมีอากาศที่เย็นยะเยือกรวมถึงทะเลหมอกห่มคลุมผืนป่าจดโค้งขอบฟ้า เหนือป่าตะวันตกอันกว้างไกลสุดสายตายอดเขาโมโกจูผู้ที่ต้องการเดินทางเข้ามานั้นจะต้องมีความพร้อมของร่างกาย โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวนักท่องเที่ยวต้องฟิตร่างกายให้อบอุ่นตลอดเวลาเพราะว่าการเดินทางไปยังยอดเขาโมโกจูนั้นต้องใช้การเดินเท้าเข้าไปเท่านั้นและใช้เวลาเดินทางไป-กลับ 4 ถึง 5 วัน ในแต่ละเส้นทางที่เดินเข้าไปจะเป็นทางเดินที่เป็นเนินเขาค่อนข้างลาดชัน บางจุดเป็นลำธารที่ต้องเดินข้ามทั้งนี้ภายในเขตอุทยานแห่งชาตินั้นมีการจัดจุดพักแรมไว้จัดขึ้นโดยอุทยาน สำหรับผู้ที่อยากเดินทางเข้าไปนั้นต้องติดต่อกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติก่อน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะเป็นผู้นำทางไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปเองทั้งนี้การติดต่อเจ้าหน้าที่ควรติดต่ออย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนวันเดินทาง ซึ่งก็มีค่าใช้จ่ายในเรื่องของการเดินทางและบริการลูกหาบมีอัตราค่าลูกหาบราคา 400 บาท/คน/วัน โดยจะแบกสัมภาระไม่เกิน 20 กิโลกรัม ทั้งนี้นักท่องเที่ยวต้องเตรียมเสบียงอาหารเผื่อลูกหาบและเจ้าหน้าที่นำทางด้วย เนื่องจากเส้นทางของยอดเขาโมโกจูนั้นเป็นเส้นทางธรรมชาติและเขตอุทยาน แน่นอนว่าเส้นทางบางจุดมีป้ายเตือนเกี่ยวกับสัตว์ป่าด้วย ซึ่งภายในก็ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆทั้งสิ้น สำหรับยอดเขาโมโกจูทางอุทยานจะเปิดบริการเฉพาะฤดูหนาวคือพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ เท่านั้นจากนั้นจะปิดเส้นทางของอุทยานแห่งชาติ ซึ่งยอดเขาแห่งนี้นับว่าเป็นสวรรค์การท่องเที่ยวของนักเดินป่าและรักการผจญภัยอย่างแท้จริงซึ่งต้องมาเยือนให้ได้สักครั้งเพื่อความประทับใจแบบไม่รู้ลืม

ดอยแม่อูคอ

ดอยแม่อูคอ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวน่าไปมากอีกแห่งหนึ่งของไทยตั้งอยู่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ห่างจากที่ทำการอำเภอขุนยวม 25 กิโลเมตรจัดว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยยทางธรรมชาติที่สวยงามซึ่งเป็นที่รู้จักว่าเป็นทุ่งดอกบัวตองสีเหลืองสะพรั่งอย่างสวยงามซึ่งทุ่งดอกบัวตองนั้นมีพื้นที่ 500 ไร่รอบๆเขา ซึ่งดอกบัวตองนั้นเป็นดอกบัวตองที่ขึ้นตามธรรมชาติในบริเวณดอยแม่อูคอรวมถึงมีผู้นำเข้าไปปลูกเพิ่มด้วยและเมื่อถึงช่วงเดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ ซึ่งจะเป็นช่วงฤดูหนาวจะมีอากาศที่หนาวเย็นจนถึงทุ่งดอกบัวตองที่จะบานสะพรั่งอย่างสวยงามเต็มพื้นที่เรียกให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันภายในดอยแม่อูคอนั้นนอกจากทุ่งดอกบัวตองแล้ว ภายในยังมีแปลงดอกไม้เมืองหนาวพันธุ์ต่างๆให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปที่ระลึกกลับบ้าน รวมถึงทุ่งดอกบัวตองนั้นยังมีศาลาชมวิว สามารถมองเห็นทุ่งดอกบัวตองได้ 360 องศา จัดว่าเป็นอันซีนอีกแห่งหนึ่งของไทยและจังหวัดแม่ฮ่องสอน นอกจากชมทุ่งดอกบัวตองแล้วภายใน ดอยแม่อูคอ ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆที่น่าสนใจอีกอย่างซึ่งเป็นน้ำตกถึง 3 แห่งภายในเขตอุทยานแห่งชาติ เช่น น้ำตกแม่อูคอ เป็นน้ำตกขนาดเล็กภายในบริเวณดอยแม่อูคอ ถูกค้นพบเมื่อปี พ.ศ. 2530 ก่อนถึงทุ่งบัวตอง 3 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นน้ำตกชั้นเดียวขนาดเล็ก สูงประมาณ 30 เมตร ซึ่งสามารถเดินทางเข้าชมภายในน้ำตกได้แต่ก็ไม่สามารถลงเล่นได้ ซึ่งช่วงเวลาที่เหมาะคือฤดูฝนและฤดูหนาว แห่งที่สองคือ น้ำตกแม่ยวมหลวงอยู่ห่างจากจุดทุ่งดอกบัวตองประมาณ 11 กิโลเมตรเป็นน้ำตกขนาดเล็กๆที่มีแนวโขดหินล้อมรอบด้วยป่าไผ่ที่สวยงาม เหมาะสำหรับการเดินทางมาพักผ่อนและปิกนิกกับครอบครัวซึ่งก็ให้บรรยากาศที่ร่มรื่นมาก และน้ำตกแม่สุรินทร์ น้ำตกที่อยู่ถัดจากน้ำตกแม่ยวมหลวงเพียง 1 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่และมีความสูงถึง 220 เมตรมีน้ำไหลตลอดปีน้ำตกทางธรรมชาติที่มีความสวยงามมากโดยในช่วงเดือนพฤศจิกายน – เดือนธันวาคม จะเป็นช่วงที่น้ำตกมีความสวยงามที่สุด น้ำตกแม่สุรินทร์ จัดว่ามีความนิยมของนักท่องเที่ยวโดยน้ำตกมีลักษณะไหลลงจากผาชั้นเดียว ซึ่งภายในอุทยานมีจุดชมวิวน้ำตกที่ทางอุทยานจัดไว้บริการนักท่องเที่ยวรวมถึงมีเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติที่สวยงาม และถ้าได้มีโอกาสพักค้างแรม ก็จะยิ่งได้สัมผัสความงดงามท่ามกลางอากาศหนาวเยือกเย็นผสมด้วยกลิ่นบริสุทธิ์ของดอกบัวตอง ในยามเช้าจะได้ชมแสงสีทองที่สาดกระทบแนวทุ่งบัวตองเป็นสีเหลืองอร่าม สดใสสวยงามยิ่งขึ้น ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม สามารถเดินทางได้ทั้งรถยนต์ส่วนตัวและรถยนต์โดยสารท้องถิ่นก็ได้

พระราชวังต้องห้าม

พระราชวังต้องห้าม เป็นชื่อของพระราชวังเก่าแก่ตั้งอยู่ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ทั้งนี้พระราชวังต้องห้ามยังมีชื่อเรียกว่า พระราชวังกู้กง เป็นภาษาจีนแปลว่า เมืองต้องห้ามสีม่วง พระราชวังต้องห้ามตั้งอยู่ที่ใจกลางเมืองของกรุงปักกิ่งทางทิศเหนือของจตุรัสเทียนอันเหมิน มีพื้นที่รวมแล้วประมาณ 720,000 ตารางเมตร ประกอบด้วยอาคาร 800 หลังตั้งล้อมรอบตัวอาคารพระราชวังศูนย์กลาง มีห้องทั้งหมด 9,999 ห้อง มีพระที่นั่ง 75 องค์ รวมถึงหอสมุด, ห้องแต่งตัว, สวน, ลานกว้าง อีกมากมายและมีทางเดินเชื่อมระหว่างตัวอาคารต่างๆซึ่งเชื่อมกันโดยตลอด นอกจากนี้ยังมีกำแพงล้อมรอบพระราชวังถึง 11 เมตรและคูนำรอบนอกลึก 10 เมตร พระราชวังต้องห้ามเป็นสถานที่สำคัญของชาติจีนสันนิฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกลางราชวงศ์หมิงจนถึงราชวงศ์ชิง ทั้งนี้ชื่อของพระราชวังต้องห้าม นั้นมาจากในสมัยก่อนนั้นพระราชวังแห่งนี้เป็นที่ประทับขององค์จักรพรรดิ พระสนม ขันที นางกำนัล ข้าหลวงรับใช้ ซึ่งเป็นเขตหวงห้ามไม่ให้ประชาชนทั่วไปเข้าภายในพระราชวังแม้แต่ข้าราชการชั้นสูงเองก็ยังต้องขออนุญาตเข้าไปซึ่งสถานที่แห่งนี้เสือมเป็นที่ประทับขององค์จักรพรรดิซึ่งประทับในพระราชวังแห่งนี้ตลอดชีวิต รวมถึงข้าหลวงต่างๆในวัง พระราชวังต้องห้ามเปรียบเสมือนนครเล็กๆ โดยใครที่อาศัยภายในพระราชวังนี้ต้องอยู่ตลอดชีวิตและไม่สามารถออกจากพระราชวังอีกเลยนอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าว่า พระนางซูสีไทเฮา เวลาเสวยก็จะมีพระกระยาหารถึง 148 ชุด และทรงส่งขันทีไปเสาะหาชายหนุ่มซึ่งเข้าวังแล้วจะไม่มีผู้ใดพบเห็นอีกเลย พระราชวังต้องห้าม ตั้งอยู่ใจกลางของกรุงปักกิ่งพอดีเปรียบเสมือนหัวใจปักกิ่งตามดาราศาสตร์จีนโบราณเหมือนกับศูนย์กลางของจักรวาล การก่อสร้างนั้นมีสถาปัตยกรรมที่มีความละเอียดมากการสร้างนครแห่งพระราชวังนี้ต้องใช้ช่างฝีมือกว่า 1,000,000 แสนคน ไม้ที่ใช้เป็นไม้หนามมู่ เป็นไม้เนื้อแข็งชั้นดีเอามาจากมณฑลซื่อชวน กว่างตง และยูนาน นอกจากนี้แล้วยังมีการขนย้านไม้ซุงจำนวนมากเข้ามาและการขนย้ายค่อนข้างลำบากและสุดทรหดมากในสมัยนั้นซึ่งยังไม่รวมหินและอิฐจากมณฑลอื่นๆที่ต้องอาศัยชาวนา ชาวบ้านจำนวนมากเดินทางขนเข้ามาเพื่อสร้างพระราชวัง ปัจจุบันพระราชวังต้องห้ามตกอยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาลจีนซึ่งในปัจจุบันไม่มีสถาบันพระมหากษัตริย์แล้วซึ่งจัดว่าเป็นสถานที่ท่องที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกและเป็นโบราณสถานที่เก่าแก่ซึ่งเป็นสมบัติของชาวจีน โดยทางยูเนสโกประกาศให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี 1987 ในนาม พระราชวังหลวงแห่งราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิงในปักกิ่งและเสิ่นหยาง และถูกจัดว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งปลูกสร้างที่อัศจรรย์ที่สร้างโดยฝีมือมนุษย์ โดยในปัจจุบันพระราชวังนี้มีนักท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 2 ล้านคนเดินทางเยี่ยมชม

สนามกีฬาแห่งชาติปักกิ่ง

สนามกีฬาแห่งชาติปักกิ่ง หรือ สนามกีฬาแห่งชาติกรุงปักกิ่ง เป็นสนามกีฬาขนาดใหญ่ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 2003 เนื่องจากประเทศจีนเป็นเจ้าภาพในงานแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนปี 2008 เป็นสนามกีฬาที่มีความโดดเด่นในด้านสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่บอกถึงความทันสมัย  ได้รับการออกแบบโดย Herzog & DeMeuron จาก สวิสเซอร์แลนด์ และสถาบันออกแบบสถาปัตยกรรมจีน China Architecture Design Institute เริ่มการก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 2003 และสร้างเสร็จในปี 2008 ใช้เวลาสร้าง 5 ปี เมื่อสร้างเสร็จแล้วตัวอาคารและพื้นที่มีขนาดรวมแล้ว 258,000 ตารางเมตร สามารถจุผู้ชมได้ 1 แสนที่นั่งภายในถูกแบ่งเป็นโซนสนามต่างๆ เช่น ฟุตบอล, กีฑา, ลู่วิ่ง ซึ่งเมื่อสร้างเสร็จแล้วได้มีพิธีเปิดอย่างยิ่งใหญ่ของกีฬาโอลิมปิก 2008 ซึ่งจีนเป็นเจ้าภาพจัดงานในครั้งนั้น ทั้งนี้ตัวสนามถูกออกแบบความจุของที่นั่ง 80,000 ที่นั่ง และมีที่นั่งเสริม 20,000 ที่นั่งซึ่งถูกรื้อออกภายหลังเสร็จสิ้นการแข่งขันทั้งหมด ตัวอาคารสนามนั้นมีลักษณะคล้ายกับรังนกหรือตาข่ายที่มีเชือกล้อมรอบตัวอาคารที่เป็นแบบเปิดโล่งแตกต่างจากสนามแข่งขันประเทศอื่นๆที่เป็นเจ้าภาพแข่งขัน ก่อนการก่อสร้างนั้น มีร่างการออกแบบสนามกีฬาแห่งชาติจีน 3 ชุด ได้รับเลือกเข้าสู่สนามพิจารณารอบสุดท้าย ซึ่งเจ้าของแบบทั้งสามที่เข้ารอบตัดสินสุดท้ายนี้ได้แก่ กลุ่มบริษัทข้ามชาติเฮอร์ซอจ & เดอ มูรอนแห่งสวิสเซอร์แลนด์ และสถาบันการออกแบบสถาปัตยกรรมแห่งจีน สถาบันการออกแบบสถาปัตยกรรมแห่งปักกิ่ง และ กลุ่มบริษัทข้ามชาติเอเอ็กซ์เอสแห่งญี่ปุ่นและสถาบันการออกแบบสถาปัตยกรรมแห่งมหาวิทยาลัยชิงหัว ตัดสินโดยคณะกรรมการ ประกอบด้วยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญและกลุ่มสถาปนิก 13 คน จากประเทศต่างๆ 5 ชาติ และได้มีการจัด งานนิทรรศการแสดงร่างการออกแบบสนามกีฬาดังกล่าว เปิดให้ประชาชนเข้าชมฟรีไปถึงวันที่ 31 มีนาคม 2003 ก่อนการก่อสร้างซึ่งภายในงานก็มีการให้ประชาชนร่วมลงคะแนนแบบร่างต่างๆที่ชื่นชอบด้วย ทั้งนี้สนามกีฬาแห่งชาติปักกิ่งนั้นใช้สถาปัตยแบบผสมระหว่างความเป็นรูปแบบจีนและสวิสเซอร์แลนด์ภายใต้คอนเช็ปแบบที่ชื่อว่า รังนก ซึ่งเป็นแบบร่างที่ชนะการออกแบบผลงานออกแบบโดย สถาปนิกชื่อดังของบริษัทออกแบบเฮอร์ซอจ & เดอ มูรอนแห่งสวิสเซอร์แลนด์ และสถาบันการออกแบบสถาปัตยกรรมแห่งจีน มีลักษณะคล้ายโครงข่ายเหล็กสีเทาเหมือนกิ่งไม้ รวมถึงอัฒจันทร์ยังออกแบบให้มีรูปทรง แบบชามสีแดงที่ได้แรงบันดาลใจมาจากพระราชวังต้องห้าม ที่ให้กลิ่นอายความเป็นตะวันออกและยุโรปแบบผสม ทั้งนี้หลังจากปิดโอลิมปิก 2008 สนามกีฬาแห่งนี้ยังคงใช้เป็นสนามแข่งขันกีฬาประเภทฟุตบอลลีกของจีน รวมถึงยังเปิดให้ประชาชนเข้าเยี่ยมชมภายในตัวอาคาร ซึ่งสนามกีฬาแห่งชาตินี้จะใช้เป็นสนามกีฬาประจำโอลิมปิกอีกหากจีนเป็นเจ้าภาพของครั้งถัดไป

 

ที่ราบสูงทิเบตแดนสวรรค์หลังคาโลก

ที่ราบสูงทิเบต เป็นสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัยโดยมีพื้นที่ประมาณ 1.3 ล้านตารางกิโลเมตร มีลักษณะเป็นที่ราบสูงแบบทุ่งหญ้า ทะเลสาบ เทือกเขาสูง ครอบคลุมพื้นที่ประเทศทิเบต, จีน, อินเดีย ที่ราบสูงทิเบตนั้นจัดว่าเป็นที่ราบสูงที่มีความสูงที่สุดในโลกโดยมีความสูงจากระดับน้ำทะเลเฉลี่ย 4,600 เมตร จึงถูกขนานนามว่าเป็นหลังคาโลกซึ่งถูกล้อมรอบด้วยภูเขาสูงถึง 3 ด้าน นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งกำเนิดแม่น้ำสายสำคัญของเอเชีย ได้แก่ แม่น้ำเหลือง แม่น้ำแยงซี แม่น้ำสินธุ แม่น้ำสาละวิน แม่น้ำโขง แม่น้ำพรหมบุตร ที่ราบสูงทิเบตจัดว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่น่าเที่ยวแห่งหนึ่งของโลกที่มีนักท่องเที่ยวอยากมาเยือนสักครั้งในชีวิตซึ่งจะเห็นธรรมชาติที่สวยงามมากไม่ว่าจะเป็น ทะเลสาบขนาดใหญ่ตามจุดต่างๆ, ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่, ภูเขาสูงล้อมรอบ ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ ซึ่งช่วงที่สวยงามที่สุดคือช่วงฤดูร้อนจะเห็นธรรมชาติที่หลากหลายกว่าฤดูอื่นๆ หากเป็นฤดูหนาวพื้นที่ราบสูงนี้จะเต็มไปด้วยหิมะขาวโพลนดูสวยงาม ซึ่งผลวิจัยนักวิทยาศาสตร์เผยว่า สภาพอากาศของภูมิภาคที่ราบสูงทิเบตนี้ ยังคงเป็นหนึ่งในเขตที่มีอากาศสะอาดบริสุทธิที่สุดในโลกสำหรับการเดินทางผ่านที่ราบสูงทิเบตนั้นมีเส้นทางเดียวคือรถไฟที่วิ่งระหว่างชิงไห่-ทิเบต ซึ่งได้รับการบันทึกว่าเป็นทางรถไฟที่สูงที่สุดในโลกด้วย นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าที่ราบสูงทิเบตเกิดขึ้นพร้อมกับเทือกเขาหิมาลัยจากเกิดดันตัวของแผ่นเปลือกโลกอินเดียที่เคลื่อนที่ชนกับเอเชียการดันตัวเกิดเป็นเทือกเขาหิมาลัยซึ่งที่ราบสูงทิเบตนั้นเกิดขึ้นจากโดยการมุดตัวลงอีกด้านหนึ่งของหิมาลัยจนมีลักษณะคล้ายๆกับแอ่งในปัจจุบัน นอกจากนี้ที่ราบสูงทิเบตยังประกอบด้วยเทือกเขาที่สำคัญเช่น เทือกเขาการาโกรัม เทือกเขาตั้งอยู่ระหว่างเทือกเขาหิมาลัยกับเทือกเขาฮินดูกูช บริเวณเทือกเขาคาราโครัมเป็นเขตติดต่อกันสามประเทศได้แก่ ปากีสถาน จีน และอินเดีย ซึ่งเทือกเขานี้ยังเป็นจุดของยอดเขาเคทูอีกด้วย เทือกเขาคุนหลุนเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัยตั้งอยู่ใกล้กับทางหลวง ทิเบต-ซินเจียง โดยเทือกเขานี้ยังเป็นเทือกเขาที่มีความยาวถึง 3,000 กิโลเมตรจัดว่าเป็นเทือกเขาที่ยาวที่สุดในทวีปเอเชีย ซึ่งที่ราบสูงทิเบตนั้นนอกจากจะเป็นสถานที่ที่สวยงามแล้วต้นกำเนิดของแม่น้ำสายสำคัญต่างๆนั้นยังเปรียบเสมือนกับเป็นที่สิ่งที่หล่อเลี้ยงประชาชนที่อาศัยในแถบดินแดนของทิเบต, อินเดีย, จีน และแถบสามเหลี่ยมปากแม่น้ำของอินเดีย ทั้งนี้นักวิทยาศาสตร์ยังกังวลในเรื่องของการขยายพื้นที่ทางหลวงและเส้นทางการคมนาคมอาจส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมของที่ราบสูงทิเบตในอนาคตที่ธรรมชาติที่งดงามนี้อาจสูญหายไปได้

ดอยแม่ตะมาน สันป่าเกี๊ยะ

ดอยแม่ตะมาน สันป่าเกี๊ยะ ตั้งอยู่ภายในอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เป็นยอดดอยที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่ชอบธรรมชาติค่อนข้างมาก วันนี้เราจึงรวบรวมข้อควรรู้และเกร็ดท่องเที่ยวเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับดอยแม่ตะมาน สันป่าเกี๊ยะ เพื่อที่ว่าจะได้เตรียมตัวไปเที่ยวกันได้แบบพร้อมสุด ๆทำความเข้าใจกันก่อนว่า ดอยแม่ตะมาน และ สันป่าเกี๊ยะ ไม่ใช่ที่เดียวกัน แต่ทั้งสองที่นี้อยู่ในอำเภอเดียวกันนั้นคืออำเภอเชียงดาว ใช้เส้นทางไปเที่ยวเส้นทางเดียวกัน และอยู่ห่างกันเพียงแค่ประมาณ 200 เมตรเท่านั้น ชื่อเต็ม ๆ ของทั้งสองสถานที่คือ หน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมาน และสถานีวิจัยเกษตรที่สูงสันป่าเกี๊ยะ อยู่ในความดูแลของคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตั้งอยู่ที่ตำบลแม่นะ อำเภอเชียงดาว เช่นเดียวกันหน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมาน และสถานีวิจัยเกษตรที่สูงสันป่าเกี๊ยะ มีดอกนางพญาเสือโคร่งให้ชมทั้งสองแห่งถ้าอยากชมวิวดอยหลวงเชียงดาวแบบอลังการ พร้อมทั้งทะเลหมอกสุดกว้างใหญ่ ต้องไปเที่ยวชมที่สถานีวิจัยเกษตรที่สูงสันป่าเกี๊ยะ แต่ใช่ว่าที่หน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมานจะไม่สวย ที่นี่ก็มีจุดชมวิวทะเลหมอกให้ได้ชมด้วยเช่นกัน และยังรายล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่บรรยากาศร่มรื่นในส่วนของหน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมานมีบ้านพักไว้รองรับ แต่ต้องจองล่วงหน้า ส่วนที่สถานีวิจัยเกษตรที่สูงสันป่าเกี๊ยะ มีทั้งบ้านพักเป็นหลังและลานกางเต็นท์สถานีวิจัยเกษตรที่สูงสันป่าเกี๊ยะ มีบ้านพักเป็นหลังไว้รองรับนักท่องเที่ยวไว้จำนวนมากพอสมควรหากไม่ใช่ช่วงเทศกาล สามารถบริการนักท่องเที่ยวได้เต็มที่แน่นอนครับ

ตลาดหนองมน ชลบุรี

ถ้าในจังหวัดชลบุรีต้องบอกเลยว่าที่นี่เป็นอีกหนึ่งที่ที่ต้องบอกเลยว่ามีผู้คนที่เข้าจับจ่ายซื้อของฝากกันอย่างมากมายเลยทีเดียวเป็นตลาดที่ยังคงสร้างความประทับใจและครองใจคนที่เดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดชลบุรีแห่งที่เป็นเต็มด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่มากมายไม่ว่าจะเป็น การท่องเที่ยวทางทะเลหรือการท่องเที่ยวภาคพื้นดิน ที่นี้เป็นอีกที่ที่มีผู้คนเดินทางเข้ามาอย่างไม่ขาดสายเลยจริงๆ ที่นี่คือ ตลาดหมองมน จังหวัดชลบุรี ตลาดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากทุกคนต้องรู้จักอย่างแน่นอน ไม่ว่าคุณจะไปเที่ยวที่ไหนในชลบุรี ไม่ว่าจะเป็น บางแสน พัทยา หรือ จอมเทียน ขากลับก็จะต้องแวะตลาดหนองมน นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกที่หนึ่งที่เต็มไปด้วยอาหารการกินที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเล อาหารแห้ง หรือขนมอย่าง ขนมจาก ขนมหม้อแกง และของฝากจากตลาดหนองมนที่ขึ้นชื่ออย่าง ข้าวหลามหมองมน ที่ต้องบอกเลยว่า อร่อยจริงๆ อร่อยเกือบทุกร้าน  มีให้เลือกที่หลากหลาย ที่เต็มไปด้วยร้านค้าที่มากมายที่มีผู้คนแวะเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย นอกจากนี้จะซื้อของฝากกับไปที่บ้านไว้รับประทานแล้วแน่นอนว่าคนที่มาเที่ยวในชลบุรี ก็มักจะซื้อเป็นของฝากให้กับทุกคนไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้องหรือคนที่คุณรักอย่างแน่นอน  ที่นี่เป็นอีกที่หนึ่งที่ใครที่ไปท่องเที่ยวในชลบุรีแล้วก่อนจะต้องแวะซื้อของฝากอย่างมากมาย  แอดมินบอกเลยว่า ข้าวหลามอร่อยมากมีอยู่ร้านหนึ่ง และ ปลาหมึกสามรสอร่อยมากจริงๆนะครับ

วังตะไคร้ นครนายก

สถานที่แห่งนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นสถานที่เป็นอันดับต้นของการพักผ่อนเลยก็ว่าได้ เป็นสถานที่ที่สามารถครองใจประชาชนมามากมาย สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ขึ้นชื่ออันดับต้นๆของจังหวัดที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร เดินทางได้สะดวกสบาย กับจังหวัด นครนายก และเป็นเมืองในฝันใกล้กรุง ตั้งอยู่บนถนนนครนายก-นางรอง เพียง 120 กิโลเมตรเท่านั้น เดินทางง่ายๆบนถนนหมายเลข 35 ที่ขับไปได้เรื่อยๆแบบสบายใจ วันนี้เราเดินไปที่ วังตะไคร้ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องบอกเลยว่า เต็มไปด้วยแหล่งธรรมชาติที่งดงามเป็นอย่างมากในที่หนึ่งของจังหวัดนครนายกเลยก็ว่าได้ เต็มด้วยต้นไม้ใหญ่ที่เขียวขจีและดอกไม้นานาพรรณสีสันมากมาย สวนดอกไม้ที่มีความงดงามด้วยดอกไม้ประดับ โอบล้อมด้วยภูเขา มีสายน้ำที่มีความใสสะอาด ณ ที่แห่งนี้ เหมาะกับการท่องเที่ยว พักผ่อน ดื่มด่ำด้วยธรรมชาติและอากาศที่บริสุทธิ์กับโอโซนที่ดีที่หนึ่งในจังหวัดนครนายกเลยก็ว่าได้  สนุกกับสายน้ำที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่สามารถลงสัมผัสสายน้ำลำธารที่เป็นธรรมชาติ พร้อมกับการล่องแก่งโดยเรือยางที่มีความแข็งแรงสามารถรับน้ำหนักคนได้ดีเลยทีเดียวพร้อมออกไปผจญภัยสัมผัสกับธรรมชาติของสายน้ำอย่างแท้จริง เพิ่มเติมพลังงานให้กับตัวเองอย่างดีเลยทีเดียว แน่นอนที่นี่เต็มไปด้วยร้านค้าที่มากมายที่รอรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย เปิดรับนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัย ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยสามารถไป-กลับได้ รวมไปถึงพักแรมได้อีกด้วย โดยค่าผ่านประตูที่ต้องบอกเลยว่าไม่แพงมากจนเกินไป เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกที่ที่อยากให้มาสัมผัสธรรมชาติดีๆที่หนึ่งในจังหวัดนครนายกครับ

 

วัดไร่ขิง นครปฐม

วันนี้เราเดินทางไปที่จังหวัดหนึ่งกันบ้างดีกว่านะครับ เป็นจังหวัดที่เต็มด้วยผู้คนที่มีความสดใสตามแบบฉบับดังเดิมของคนพื้นที่และจังหวัดนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวอยู่ใกล้กับกรุงเทพมหานครเป็นอย่างมากเดินทางไม่ถึง 2 ชั่วโมงก็ถึงแล้วสำหรับจังหวัดนครปฐมที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่มากมายเหลือเกิน เช่น สวนสามพราน ลานแสดงช้าง รวมไปถึงพระปฐมเจดีย์ ที่ต้องบอกเลยว่าที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่เราสามารถเดินทางไปเช้าเย็นกลับได้เลยนะครับ และที่นี่เราจะไปกันต้องบอกเลยว่าเป็นที่หนึ่งที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก สำหรับใครที่ชอบทำบุญแล้วละก่อนที่นี่คือวัดไร่ขิง จังหวัดนครปฐม หรือ วัดมงคลจินดารามวัดชื่อดังอีกหนึ่งแห่งในจังหวัดนครปฐม ตั้งอยู่ที่หมู่ 2 ตำบลไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม สามารถเดินทางได้สองเส้นทางทางด้านถนนเพชรเกษมและถนนบรมราชชนนีและวัดแห่งนี้สามารถเข้าได้ถึงสามช่องทางที่ทำให้คุณเดินทางเข้ามาทำบุญที่วัดไร่ขิงได้ง่ายขึ้นจริงๆ  ถ้าเดินทางโดยรถโดยสารต้องบอกเลยว่ามีบริการพร้อมอย่างแน่นอนไม่ว่าจะเป็น รถสองแถว รถประจำทางอย่างรถเมล์สาย 84 ต้องบอกเป็นรถสีส้มปรับอากาศเท่านั้นนะครับ เข้าไปถึงวัดไร่ขิงอย่างแน่นอน สำหรับกิจกรรมของนักท่องเที่ยว ทำบุญไหว้พระ ทำบุญถวายสังฆทาน การเข้าชมพิพิธภัณฑ์ของเก่า ซื้อขนมปังเลี้ยงอาหารปลา ตลาดนัดอาหารและผลไม้ให้เดินเลือกซื้อกันอย่างสนุกสนาน ส่วนงานนมัสการหลวงพ่อวัดไร่ขิงจะจัดระหว่างวันขึ้น 13 ค่ำ ถึงแรม 3 ค่ำเดือน 5 ของทุกปี มีกิจกรรมการออกร้านและมหรสพมากมาย